McKiEz

The Space Lonelyssey

MEANS TWEETS

คุณเคยโดนคุกคามจากการโพสต์ หรือทวิตข้อความเเย่ๆ ใส่จากคนเเปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันบน Internet บ้างมั้ย?

ลุง Jimmy Kimmel พิธีกรทอล์คโชว์ชื่อดังระดับเเนวหน้าของวงการทีวีอเมริกันหยิบเอาประเด็นเรื่อง Cyberbullying มาทำเป็นช่วงหนึ่งของรายการเพื่อต่อต้านการคุกคามกันในอินเทอร์เน็ต ทั้งที่เจตนาหรือไม่เจตนา ทุกคำพูด ทุกข้อความ ทุกโพสต์ของคุณทั้งการแสดงความคิดเห็น การกลั่นแกล้งกันด้วย Hate Speech การสร้างความเกลียดชัง อันเกิดจากเรื่องส่วนตัว อคติส่วนบุคคล หรือเเค่หมันไส้ ไม่สบอารมณ์ บน Facebook, Twitter และ Tumblr ว่ามันส่งผลกระทบต่อความรู้สึกคนอื่นอย่างไร ซึ่งเป็นการกระทำที่ถือเป็นอาชญากรรมในแง่ทั้งของทางกฏหมาย legal aspects of computing & internet (Free speech & Hate Speech on the Internet ที่ก็คือหมิ่นประมาทนั่นแหละ ต่อให้เรื่องที่ด่ากันเป็นเรื่องจริง หรือเรื่องไม่จริง มันก็เป็นการละเมิดสิทธิ์ละเมิดพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นอยู่ดี)

โดยลุง Jimmy ได้เอาคนดังหรือดาราที่มีทวิตพูดถึงตัวเองในแง่แย่ๆนั้น มาลองอ่านทวีตแย่ๆเหล่านั้นแล้วจับ reaction ตลกๆ ที่ร้ายคือมีการแปะชื่อเจ้าของข้อความนั้นๆด้วย เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นคนโพสต์หรือทวิต ในช่วงหนึ่งของรายการที่ชื่อว่า Mean Tweets น่าสนุกจริงๆ

ตัวอย่างความแรงของแต่ละทวิต

– กูคิดถึงวันที่โลกจะเลิกอวย จอร์จ คลูนีย์ ซะที ไอ้เหี้ยหน้าขน

– คำว่า “เนย” ที่เขียนไว้อยู่บนถุงป็อบคอร์นในโรงหนัง ที่จริงทำมาจากหนังไข่ของ จอห์น กู๊ดแมน ตะหาก

– กูอยากเยี่ยวรดหน้านัง ซาร่า ซิลเวอร์แมน อย่างไม่มีเหตุผลเลย

– แม่กูคิดว่า โจเซฟ กอร์ดอน เลวิน หน้าเหมือนที่แคะหูยังไงไม่รู้

– เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบทช์ หัวควย

– กูว่า บิล เมอร์เรย์ แม่งไม่ใช่คนตลกแล้วว่ะ กูดีใจที่แม่งโดนยิงตายห่าไปในเรื่อง Zombieland

– เสียดายที่เขาไม่มอบออสกาส์ให้คนที่ชอบเย็ดตูด เพราะ แมท เดมอน จะต้องชนะทุกปีแน่ๆ

ต้องยอมรับว่าเขาหยิบตรงนี้มาทำให้มันตลก คลายเครียด และน่าสนใจได้ ทำให้เรารู้สึกตระหนักถึงผลที่ตามมาได้ทันที

คือบางทีคนเวลาพิมพ์อะไร หรือโพสต์อะไร เราคิดว่าเรามีสิทธิ์พอจะพูดจะทำอะไรก็ได้ แต่ไม่ค่อยสนใจว่าคำพูดที่เราโพสต์หรือทวิต เราแสดงความคิดเห็นไปมันจะไปกระทบใครบ้าง ต่อให้เป็น เเค่ชั้นอยากจะด่าอะ ใครๆก็ทำ ไม่เห็นต้องจริงจังเลย เเต่หากเกิดอะไรขึ้น เราจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองโพสต์หรือพูดไปได้ไหม? เเล้วที่น่าตั้งคำถามคือ คุณรู้สึกผิดหรือละอายกับสิ่งที่คุณได้ทำลงไป ว่าไปกระทบไปทำร้ายคนอื่นบ้างรึเปล่า แล้วถ้าคนที่คุณพูดถึงได้อ่านข้อความของคุณ คุณจะรู็สึกยังไง แล้วคุณคิดบ้างมั้ยว่าเขาจะรู้สึกยังไง

อนึ่ง คลิปของ Means Tweets มีอัพเดทตลอด สามารถกดเข้าไปชมทุกตอนได้ ที่นี่

COLOUR

เรื่องที่จะเล่านี่เกิดขึ้นมาหลายวันละ แต่ไม่ค่อยสำลักสำคัญอะไร จนกระทั่งเรื่องย้ายค่ายมือถือจาก AIS เป็นกระแสขึ้นมา เลยอยากเล่าซักหน่อย

ด้วยความที่พ่อผมแกเรียกตัวเองว่าจิ้งจก คือสามารถคุยได้กับคนทุกสีเสื้อ ไม่ได้ใช้ hate speech กับสีไหนเป็นพิเศษ ถึงแกจะมีสีเสื้อในใจแล้วก็ตามแต่ แต่ก็ยังคุยได้กับทุกคน ถกได้กับทุกเรื่อง [แม้จะเอียงไปบ้างบางครั้ง]

พ่อเลยรู้จักคนในพรรคทั้งสองขั้วใหญ่ๆอยู่เหมือนกัน และพวกเขาก็ชอบมากินข้าวที่ร้าน แต่ไม่เคยป๊ะกันนะ

มีลุงคนหนึ่งแกเป็นคนขับรถของฝั่งสีฟ้า แกหายไปซักพักใหญ่ๆแล้วก็โผล่มาซื้อของ พ่อกับแม่และเขาก็คุยกันสัพเพเหระ จนกระทั่งแม่ถามว่าทำไมไม่เห็นมาซื้อของตั้งหลายวัน แกเลยบอกว่าไม่มีอะไรกิน เลยต้องจำใจมากินร้านนี้ แม่ก็ตัดพ้อเล็กๆ เขาก็เลยเล่าให้ฟังต่อประมาณว่า ทุกคนเห็นแกขับรถให้พรรคสีฟ้า เลยเหมาเอาเองว่าแกสนับสนุน กปปส เลยไม่ขายข้าวให้เขา ใช่ครับ ไม่ขายให้เลย และไล่เขาด้วย แล้วคือเป็นแบบนี้หลายร้าน แกพยายามพูดแล้วก็ไม่มีใครฟังแก แกรู้สึกแย่มาก แกก้เล่าให้ฟังว่าแกไม่ได้สนใจการเมืองเลยซักนิดเดียว งานนี่ก็ทำเลี้ยงเมียเลี้ยงลูก ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมายัดเยียดสีเสื้อให้แก

แต่แกบอกว่าแกไม่ซีเรียสนะ เพราะไม่ขายแก แกก็ไปกินร้านอื่นได้ แต่แกไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องทำเหมือนกับเป็นศัตรู อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้

ผมรู้สึกว่าประเทศไทยแม่งมาถึงจุดที่แม่งแย่มากๆอีกรอบแล้วนะ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเมืองที่เข้าใจยากและซับซ้อน แต่พูดถึงความเป็นมนุษย์ ความเห็นใจกันเนี่ยแหละ คือทุกคนมองเหมือนอีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์กันไปแล้ว พอคิดแล้วก็ยิ่งน่ากลัว ไม่รู้ว่าเรื่องคราวนี้จะจบลงยังไงจริงๆ

VOTE

ชีวิตแม่งเต่าถุยมาก

เพราะเพิ่งรู้มะกี้นี้เองว่าโดนน้าที่เป็นเสื้อฟ้า aka เชียร์กปปส.งอนใส่ เพราะเราไปเลือกตั้งวันอาทิตย์ เนื่องจากไม่ได้คาดหมายว่าเราจะไปเลือก เวร

ต้องอธิบายนิดนึงว่า ที่บ้านเนี่ย พ่อแม่พี่พี่ผมเป็นเสื้อแดงหมดเลย 4 คน ส่วนน้าเนี่ยเป็นเสื่อฟ้าคนเดียว นางก็เลยดูเหมือนจะหัวเดียวกระเทียมลีบในบ้านมาก ไม่มีใครด่าทักกี้ด้วย ไอ้เราเลยพยายามวางตัวเป็นกลาง คอยคาดคั้นข้อมูลของทางฝั่งเสื้อแดง และปกป้องการแสดงออกของน้า และในอีกทางหนึ่งคือคอยปรามทั้งสองฝั่งเวลาใช้พวกคำ hate speech เวลาเขาสาดใส่กัน โดยไม่แสดงตัวเลยว่าขึ้นกับฝั่งไหน น้าเลยคิดเอาเองว่าเราเป็นพวกน้า และไม่ได้พูดถึงเพราะกลัวจะผิดใจกับที่บ้าน

การที่เราไปเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เลยสะเทือนใจน้ามากและไม่พูดกับเราไปเลย

เขาเอาไปด่ารับหลังว่าเราโดนซื้อเสียง[โดยมีแม่เอาเงินมาให้จากท่อน้ำเลี้ยง] เพราะเขาบอกว่าตั้งแต่เช้า ซึ่งปรกติจะไม่ได้ตื่นเช้าแบบนี้ ตั้งแต่วันเสาร์และตอนเช้าก็ไม่เห็นว่าเราจะกระตือรือร้นไปเลือกตั้ง แต่อยู่ดีๆก็ไปเฉยเลย ทั้งๆที่น้ายกขำขู่มา[ขอไม่พูดถึง] เราก็ไม่สนใจ เขาเลยรู้สึกโกรธมาก

วันนี้เลยรู้สึกตกใจว่า เฮ้ย เป็นได้ขนาดนี้เลยหรอวะ ที่เราไม่ได้ปล่อยให้ที่บ้านรุมสับเพราะคิดว่าคนเรามันมีสิทธิจะเชื่อ สงสัยต้องหาโอกาสคุยกับน้าแล้วว่ะ เพราะโดนช่องฟ้าผ่าล้างสมองมาได้ขนาดนี้แม่งแย่มากเลย แอบรู้สึกแย่ที่เราไม่สามารถดึงเขาออกมาได้เหมือนกันนะ

แต่ตอนนี้ขอพูดหน่อยเหอะ ว่ามัน bull shit มากๆ ไอ้พวกสื่อที่แม่งพยายามให้คนแตกแยกกันเนี่ย หรือผิดที่เราดูแลสถาบันครอบครัวไม่ได้เอง เพราะดูแล้วสถาบันการเมืองมันเหี้ยห่าลากถึงขนาดทำอะไรสื่อพวกนี้ไม่ได้เลย รู้สึกแย่ว่ะ

MEDICINE

วันนี้ พาแม่ไปล้างแผลเท้าเบาหวาานที่โรงพยาบาลตามปรกติ

ครั้งนี้ก็เข้าไปนั่งเป็นเพื่อนแม่ด้วยดูพยาบาลทำแผล คงเพราะไม่ใช่คนคนช่างพูด นางพยาบาลเลยเบื่อกับการถามคำตอบคำมั้ง ห้องเลยเงียบและน่าเบื่อจนมีเพียงการล้างแผลของแม่ที่น่าสนใจที่สุดในห้อง การทำแผลตามอันดับก็จะเอาแอลกอฮอล์เช็ดรอบแผล เช็ดซ้ำด้วยน้ำเกลือ จนกระทั่งมาถึงน้ำดำๆที่พยาบาลทาให้ ไอ้เราเลยถามทันทีเลยว่า

“ไอ้ยานี้ มันชื่ออะไรหรอครับ”

“ทำไมหรอคะ อย่าล้างแผลเองเลยนะคะ เพราะไม่รู้ว่าจะรักษาความสะอาดได้แค่ไหน ถ้ามีเชื้อโรค บลา บลา บลา”

ไอ้เราเลยเล่าเรื่องเมื่อวันอาทิตย์ให้ป้าแกฟัง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็พาแม่ไปล้างแผลที่นี่แหละ แต่เหมือนจะเป็นวันหยุดของพยาบาลหรือไงไม่ทราบ เลยต้องมาอีกตึกนึง คนล้างก็คือหมอเนี่ยแหละ แต่ดูเหมือนเพิ่งจบหรือฝึกงานอะไรเงี่ยรึเปล่าไม่ทราบ เขาก็ล้างให้ แอลกอฮอล์เช็ด เช็ดแผลด้วยน้ำเกลือ แล้วแกก็พันผ้าเลย … อ้าว แม่ก็ท้วงว่าไม่เห็นใส่ยาให้เลย ปรกติมาล้างแล้วเขามียาใส่ หมอเลยพูดขึ้นมาว่า

“ปรกติใส่ด้วยหรอครับ แล้วเขาใส่ยาอะไรให้ครับ?”

ติดสตันทั้งแม่ทั้งลูกเลยทีนี้ อ้าว แล้วยาอะไร กูก็ไม่ได้เรียนหมอ แล้วกูจะรู้มั้ย ก็เลยตอบเขาไปว่ายาสีดำๆเหมือนเบตาดีน หมอแกก็บอกว่าใส่ไม่ได้เพราะแผลมันจะไม่แห้ง แล้วปรกติใส่ยาอะไร ชิปหาย แล้วกูจะรู้มั้ย พอเถียงๆกันก็มีพยาบาลเข้ามา ก็โชคช่วยละ เลยบอกพยาบาล ปรากฎว่าพยาบาลบอกว่า จะใส่ยาอะไรคะ ยามีตั้งหลายชนิด แต่ต้องจ่ายเพิ่มตะหากนะ … อ้าว แล้วก่อนหน้านี่ใส่ยาอะไรทำไมมันฟรี ในหัวนี่นึกถึงแผงขาย potion ขึ้นมาทันทีเลย เลยบอกเขาไปว่างั้นไม่เป็นไร ก็ทนแม่บ่นไป เพราะแม่ก็วิตกจริตว่าแผลจะเป็นอะไรมั้ย

ก็เลยจะถามพยาบาลว่าปรกติต้องเป็นหน้าที่ของคนไข้หรอ ที่จะต้องจำชื่อยาเอง คือไม่ได้จะงี่เง่าหรืออะไร แค่ไม่คิดว่ามันเป็นหน้าที่เรา แต่ถ้าจะให้จำก็จะได้จำไว้ นางพยาบาลก็บ่นใหญ่ว่าทำยังงี้ได้ไง ถ้าสุดสัปดาห์เจอเคสแบบนี้อีก ให้แจ้งได้เลย ประจวบกับที่ทำแผลเสร็จแล้ว พยาบาลก็เลยเรียกคุณหมอมารันคิวต่อ

แล้วก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า … กูยังไม่รู้ชื่อยาเลย แสรดดด

แต่พอมาค้นในอากู๋อีกที ก็เพิ่งรู้ว่ามันคือ diluted povidone iodine solution หรือคล้ายๆเบตาดีนละลายน้ำเกลือ 1 ใน 3 นั่นแหละ จะได้จำไว้ แต่ยังไงก็คงให้โรงบาลล้างให้แหละ ปลอดภัยสุด ไว้เสาร์-ทิตย์นี้เจออีก จะไฝว้แม่ง

OLD FRIEND

ผมมีปัญหาในชีวิตอย่างหนึ่ง คือจำหน้าคนไม่ค่อยได้ และจำเรื่องราวของคนอื่นเกินหนึ่งปีไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นโรครึเปล่า อาการแบบนี้สร้างปัญหาให้ผมกับเพื่อนหลายครั้งเหมือนกัน มีหลายๆคนในชีวิตที่มาทักผมแล้วผมจำเขาไม่ได้ประมาณ 3-4 คนเลยทีเดียว แต่ดันมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้ที่ทำให้ผมต้องเขียนบล็อคเลยทีเดียว

เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว ระหว่างที่ผมกำลังช่วยแม่ขายของอยู่นั้น มีผู้ชายคนหนึ่งขี่มอไซท์มากับผู้หญิงคนหนึ่ง ต่อให้ยืนห่างออกไป 100 เมตรก็ยังรู้ว่าเป็นแฟนกัน หลังจากเขาสั่งของเสร็จ ตัวผู้ชายก็มองผมครับ มองแบบ มองตามด้วย ไอ้เราก็เขิน ก็เลยพยายามไม่มองตอบ ซักพักผู้ชายพูดขึ้นมาว่า

“ใช่ *ตรู๊ด* มั้ย” ขออนุญาตเซ็นเซอร์เพราะชื่อของผมที่เขาเรียกเป็นภัยต่อเด็ก สตรีมีครรถ์คนชราและมนุษยชาติมาก

“ใช่ครับ”

“นี่ เฟียส เอง จำได้ป่าว”

ไอ้เรามึนครับ เฟียส ไหนวะ จำไม่ได้ ชื่อแบบนี้เขานิยมเอาไปตั้งชื่อหมากันมากกว่านะ

“เฮ้ย เฟียส ไง ที่เคยเรียนมอสามด้วยกันที่โรงเรียน*ตรู๊ด*ไง”

“เอิ่ม ครับ ผมเรียนที่นั่นครับ แต่จำไม่ได้”

“เฮ้ย ไรวะ เรายังจำได้เลยว่านายชื่อ *ตรู๊ด* ชื่อจริงชื่อ *ตรู๊ด**ตรู๊ด**ตรู๊ด**ตรู๊ด* ใช่ป่าว”

“ใช่ครับ แต่จำไม่ได้จริงๆ”

ผู้ชายคนนั้นก็เหมือนจะเลิกพยายามแล้ว เขาก็หันไปซุบซิบกับแฟนเขา เรื่องก็ดำเนินต่อไปไม่มีอะไรจนเขาได้ของก็ไป ผมก็โดนนักสืบแห่งฝั่งธนอย่างพ่อกับแม่ซักต่อเหมือนไปข่มขืนหมาบ้านข้างๆมา ว่าเขาเป็นใคร ทำไมแกจำไม่ได้ นู่นนี่นั่น ก็ยอมรับตรงๆเลยว่าจำเขาไม่ได้จริงๆ เรื่องนี้ก็ผ่านไปอย่างทุลักทุเล เพราะเหมือนแม่คาใจกว่าตัวผมอีก คาดคั้นทุกวัน ถามทุกวันว่าเพื่อนแกจะมามั้ยเนี่ย ไรงี้ สร้างความหงุดหงิดให้ผมมาก

ผู้ชายคนนั้นก็ยังมากินนะ พยายามจะล้วงความทรงจำผ่านรูหูผมให้ได้ ไอ้เราก็เลยพยายามห่างๆโดยการอ่านหนังสือหรืออะไร แล้วก็หลีกหนีมาได้ตลอด เพราะรู้สึกอึดอัดที่โดนใครไม่รู้ว่าทบทวนอดีตของเรา

จนวันหนึ่ง เหมือนเขาหมดความอดทน เขามาคาดคั้นกับตัวผมพร้อมสาธยายทุกๆอย่างในอดีตได้หมด พยายามถามว่าผมแกล้งรึเปล่า ไม่อยากสนิทกับเขาขนาดนั้นเลยหรอ ไอ้เราเลยตอบไปอย่างจนปัญญาว่าจำไม่ได้จริงๆ เถียงกันอยู่ซักพัก เขาก็ยอมแพ้ครับ แล้วก็คงลบผมไปเลยด้วยมั้ง หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีก เขาก็มีมากินข้าวที่ร้านบ้าง แต่เราก็ทำตัวปรกติ เพราะจำเขาไม่ได้จริงๆ

ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้มันน่าขนลุกยังไงไม่รู้ เลยไม่ได้คิดจะลงโซเชี่ยล หรือเล่าให้ใครฟัง จนกระทั่งเมื่อเย็นนี้มีเหตุการณ์เล็กๆอันหนึ่ง ที่ทำให้ผมเขียนบล็อคอันนี้

เมื่อตอนเย็นผมออกไปที่ร้านมา ก็มีเรื่องประหลาดๆรอผมอยู่ พ่อกับแม่ผมเล่าให้ฟังว่ามีคนมาถามหาผมด้วยชื่อ *ตรู๊ด* บอกว่าชื่อ ควยนามสมมุติ เป็นเพื่อนกันตอนสมัยมัธยม ไอ้เราก็เอ๋อแดกครับ เพราะจำไม่ได้ว่ามีเพื่อนชื่อ ควยนามสมมุติ อยู่ตอนมัธยม ไอ้เราก็รู้สึกแปลกๆก็เลยรอแมร่งทั้งวัน ปรากฎว่าก็ไม่มา เลยงงใหญ่ เก็บความสงสัยมาเขียนบล็อคแมร่ง

คือเราแอบคิดเป็นตุเป็นตะไปเองว่าคนพวกนี้แมร่งมาสวมลอยอะไรรึเปล่าวะ หรือกูแมร่งสูญเสียความทรงจำบางอย่างไปเองจริงๆ เลยจำคนบางคนไม่ได้ แบบจำไม่ได้เลยว่าเคยรู้จักมาก่อน แค่คิดก็รู้สึกกังวลยังไงไม่รู้ คือตอนนี้ก็เหลือเพื่อนแค่หยิบมือแล้วหลังจากไม่สุงสิงกับคนอื่น เลยกังวลว่าอยู่ดีๆจะลืมเพื่อนในกลุ่มนี้ไปเลยรึเปล่าก็ไม่รู้

แอบกลัว

AIDS

เมื่อเร็วๆนี้

ผมกำลังบ้าเพลงของนักร้องอินดี้คนหนึ่งมากๆ ด้วยความที่สไตล์เพลงมันได้ แถมเนื้อเพลงยังโดนใจวัยจ๊าบอย่างผมด้วยแล้ว ศิลปินคนนั้นคือ John Grant เผื่อคนอื่นจะไม่รู้จัก John Grant คือนักร้องแนว Synth-Pop ที่ได้รางวัลเยอะพอสมควร กับแนวเพลงที่เอาชีวิตตัวเองมาแต่ง เลยยิ่งทำให้เพลงมันลึกซึ้งจริงๆ กดเข้าไปฟังเพลงได้ ที่นี่ ขายของแมร่ง

ด้วยความปลื้มมาก จึงไปตามอ่านชีวประวัติของเขา ก็ต้องตกใจมากๆ เพราะเขาเป็นเกย์ เหยดดดด ปลื้ม สิ่งหนึ่งที่ได้จากความจริงนี้คือ เราสามารถเติมเต็มช่องว่างบางช่องในเพลงของเขาลงไปได้แบบพอดีๆ มันทำให้อะไรบางอย่างในเนื้อเพลงของเขามันชัดเจนขึ้นเยอะเลย เราเลยยิ่งอินกับเพลงเพลงนั้นมากเข้าไปอีก ฟินสุดๆ

แต่ลุงแกก็ได้ทำเซอร์ไพรซ์เราอีกรอบ เพราะดันไปเจอบทความนึง คือถ้าเราอ่านไม่ผิด สรุปใจความง่ายๆเลยว่า แกเป็นเอดส์ ซึ่งช็อคโลกของเรามากๆ

ด้วยความที่เราเป็นโรคจิตอีก ก็เก็บมาคิดเล็กคิดน้อยแล้วรู้สึกแย่ อยากให้กำลังใจเขา ไม่รู้จะทำยังไง เลยส่ง fb message ไปหาเขา ใจความสำคัญของเรื่องเอาง่ายๆคือ เล่าให้เขาฟังว่าเราได้ฟังเพลงเขาได้ยังไง ได้อ่านบทความว่าเขาเป็นเกย์แล้วก็ปลื้ม เพราะลุงแกแมร่งเท่มากๆ แล้วก็รู้สึกเศร้ามากที่รู้ว่าเขาเป็นเอดส์ ก็พูดในทำนองว่าที่เราส่งข้อความนี้ เราไม่ได้สงสารหรืออะไรนะ แต่แค่อยากจะกอดเขาแล้วบอกว่าไม่เป็นไร อยากจะให้กำลังใจจนเขาสามารถทำเพลงใหม่ๆต่อไปได้ในอนาคต หรือจนอายุ 80 เลย และจะเป็นแฟนเพลงเขาไปถึงวันนั้น การเป็นเอดส์ไม่ใช่เรื่องอายหรือปัญหา เพราะเราเข้าใจและมั่นใจมากด้วย และก็ตบอวยพรเขาไป

ใช้เวลาเขียนเมจเสจนี้อยู่ชั่วโมงหนึ่ง ฮา เราก็นะ หวังว่าเขาจะได้อ่าน และก็หวังว่าเขาจะตอบน่ะแหละ แต่ไม่ได้สนใจละ

ปรากฎว่าวันรุ่งขึ้น เขาตอบ!

เขาก็พูดประมาณว่า ขอบคุณที่เราแบบส่งเมจเสจมา และขอบคุณที่เข้าใจคนเป็นเอดส์ เพราะยังเป็นความเข้าใจผิดไปทั่วโลก ว่าคนเป็นเอดส์ไม่ได้อันตรายขนาดนั้น และเขาก็ขอบคุณที่เราฟังเพลงของเขา และเป็นคนไทยคนแรกๆที่เขารู้ว่าเป็นแฟนคลับเขาไรงี้ เขาก็ขอบคุณนู้นนี่นั่นแหละ

เลยส่งเมสเสจกลับไปว่า เฮ้ย เราดีใจที่เขาได้อ่านข้อความอะไรประมาณนี้ และก็บอกเขาว่าเรายังเด็กอยู่ แต่ยังไงชีวิตนี้จะต้องไปดูเขาเล่นสดให้ได้ และจะขอกอดเขาแบบแน่นๆซักที เพื่อให้เขารู้ว่าเพลงของคุณแมร่งเจ๋งจริงๆ ต่อให้เป็นเอดส์แมร่งก็ไม่ใช่ big deal อะไร

และเขาก็ยังไม่ได้ตอบมา

—@—

อยากเข้าใจความรู้สึกคนเป็นเอดส์จัง ว่าเขามีมุมมองความรักเปลี่ยนไปยังไง passion หรือว่าความรู้สึกหลายๆเรื่องของเขาเปลี่ยนไปยังไง เขาคาดหวังอะไร และอยู่ต่อไปยังไง

ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดู เรารู้สึกซัฟเฟอร์และหดหู่มากเลยนะ กับการเป็นคนป่วยที่ต้องมี how to การใช้ชีวิตด้วย เรานับถือคนที่เป็น AIDS ทุกคนแล้วยังยิ้มได้ พวกคุณมีพลังในการมีชีวิตอยู่ที่แข็งแกร่งมาก ต่ออไปนี้ ผมจะพยายามช่วยพวกคุณเท่าที่ช่วยได้นะครับ

ด้วยความเคารพรัก

EAT PRAY HATE

A: กินไร?
B: กินอะไรก็ได้อะ ตัวเองเลือกมาซักที่ซิ
A: ฟูจิปะ?
B: ไม่อะ
A: ชาบูชิ?
B: ไม่เอา อยากกินสเต็ก
A: ซานตาเฟ่?
B: ซิซเลอร์มีสลัดนะ
A: อีสแอมอาร์?
B: ซิซเลอร์สลัดไม่อั้นนะ
A: งั้น กินซิซเลอร์มั้ย?
B: อืม ก็อยากไปนะ คิดดูอีกทีดีกว่า

… สุดท้ายก็กินซิซเลอร์ ผู้หญิงนี่เริ่มร้ายกาจขึ้นทุกวัน แต่ก็ยังน่ารำคาญน้อยกว่าอีพวกไม่ยอมตัดสินอะไรซักอย่างล่ะวะ

BTS

A: ชั้นมีเรื่องมาเม้า วันนั้นชั้นขึ้น BTS เว้ย

M: อือ

A: ระหว่างที่กำลังนั่งอยู่ คนก็นั่งเต็มเลยนะ ก็มีผู้หญิงคนนึงจูงลูกขึ้นมา พอเห็นคนเยอะนางก็เลยอุ้มลูกแล้วก็เดินมาพิงเสากลางโบกี้ โคตรแย่ แล้วใครจะจับได้วะ

M: อือ

A: แต่ยังไม่เท่าไร เข้าใจนาง แล้วผ่านไปสถานีนึง ก็ยังไม่มีใครลุกให้นางนั่งเว้ย ทั้งๆที่ก็มีผู้ชายนั่งอยู่ด้วยนะ โคตรเลวอะ เห็นคนอุ้มลูกแล้วยังไม่ลุก

M: อืม

A: จนกระทั่งแม่พูดขึ้นมาว่า “โอ้ย แม่ไม่ไหวแล้วลูก ลงยืนนะ” แล้วก็วางลูกลง ซักพักถึงมีคนลุกให้นั่ง ห่า แมร่งต่อมสามัญสำนึกเพิ่งตื่นตัวรึไง

M: แล้วทำไมมึงไม่ลุกให้เค้านั่งวะ

A: ห่า ก็กูเป็นผู้หญิง แถมยังมีผู้ชายนั่งอยู่อีกตั้งเยอะ แมร่งยังไม่ยอมลุกเลย สันดารเสีย

M: อือ

________________________________________________________________

เมื่อไหร่ ชะนีไทยแมร่งจะตระหนักซักทีว่า หน้าที่ที่จะต้องลุกให้เด็ก สตรีมีครรถ์ และคนชรา ไม่ใช่หน้าที่ของชายไทยเพศเดียว ผู้หญิงที่มีสามัญสำนึกเค้าก็ลุกให้ได้ ไม่ผิดกฎหมาย ของแบบนี้มันไม่ได้อยู่ที่เพศหรอก มันอยู่ที่สามัญสำนึก กูยังเคยเห็นคนแก่ลุกให้ผู้ชายขาเจ็บนั่งเลย นับประสาอะไรกับการที่มึงเป็นผู้หญิงวัยกลางคน และไม่เห็นความถูกต้องในสังคมแต่นั่งด่าอยู่เฉยๆโดยที่ตัวเองก็ไม่เสียสละเหมือนกัน คิดใหม่เหอะ สังคมมันจะได้น่าอยู่กว่านี้

อนึ่ง บทสนทนาทั้งหมดถอดมาจากประโยคจริงๆทั้งหมด

Apple ID

เมื่อวานนี่

ผมมีปัญหากับ Apple ID นิดหน่อย อธิบายคร่าวๆคือ ผมซื้อเพลงๆหนึ่งบน iTunes Store ในคอม พอกดซื้อปุ้บ มันตัดเงินผมแล้วนะ แต่ดันเด้งให้ยืนยันตัวตนด้วยคำถามที่ลืมคำตอบไปนานละ เพราะสมัครมาหลายปี ก็ทำทุกวิถีทางด้วยความหงุดหงิด นั่งงมอยู่นานจนยอมแพ้ แถมเพลงก็ไม่ได้ด้วย สุดท้ายเลยลองไปซื้อบนมือถือดู ปรากฎว่าผ่าน สวยงาม ฟัง 6-7 รอบด้วยความฟิน

แต่แล้วก็สังเกตได้ว่า … แมร่งตัดเงินกูอีกรอบเฉย!!

จึงรวบรวมความโมโห ระเบิดเม้ากดเข้า support ใส่รายละเอียด Apple ID และอธิบายลงไปเป็นภาษาอังกฤษแบบงูๆปลาๆด้วยความหงุดหงิด แต่ไม่หยาบนะ และขับเลือดทั่วร่างกายมาอุดอู้ที่ปลายนิ้วและกดส่ง

แต่ก็นะ แม็คคลี่เป็นสัตว์ลืมง่าย ก็เลยไม่ได้สนใจละ

เย็นของวันนี้เมล์ก็เข้า ว่า support ได้ติดต่อมา เนื้อหาในเมล์จากคนชื่อ Sheryl ก็สุภาพเหมือนปรกติและอธิบายการตรวจเช็คปัญหาอย่างถี่ถ้วน ผมจึงทำตามที่เธอแนะนำและก็ต้องพบว่า … เป็นความผิดผมเอง แอระ!

ด้วยความรู้สึกผิด ก็เลยอยากขอโทษเค้าที่ทำให้เค้าเสียเวลา เลยจะหาอีเมล์เค้าเพื่อส่ง แต่เพิ่งรู้ว่า iTunes Support ไม่มีเมล์ส่วนตัว แต่เป็นเมล์กลาง เลยไม่มีทางติดต่อกับเจ้าตัวได้แน่ๆ เลยเกิดสงสัยว่าปรกติเค้าไม่ติดต่อกับคนเดิมเรอะ แบบบางคนอาจจะดูคุยง่ายสำหรับเราเป็นพิเศษไรงี้ ก็พาลคิดไปว่า ปรกติคนเค้าส่งเมล์ไปขอบคุณแผนก support บ้างมั้ยวะ

ไม่รู้จะทำยังไง เลยใช้วิธีสุดท้ายคือ … ส่งเมล์กลับไปทางแจ้งปัญหาแมร่ง แต่ขึ้นนำหน้าว่า dear, Sheryl ไว้ แล้วก็ขอโทษเธอที่เข้าใจผิดและทำให้เสียเวลา และขอบคุณที่ช่วยชี้แจงให้จนเข้าใจ

ตอนกดส่งไปนี่ไม่ได้คิดอะไรเลยนะ แต่ก็เซอร์ไพรซ์มาก!

เพราะมีเมล์ตอบกลับมา และเป็น Sheryl ด้วย เธอก็ร่ายมาประมาณว่าดีใจมากๆทีได้ช่วย และถ้ามีปัญหาก็อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากเธอ เพราะยินดีช่วย และก็อวยพรไปตามประสาคนบริการ

@@@

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจคือ ผมดีใจที่เค้ารู้ว่ายังมีคนที่อยากขอบคุณเค้า ถึงแม้มันจะเป็นหน้าที่อยู่แล้ว ผมไม่รู้หรอกว่าเค้าจะรู้สึกยังไง แต่ถ้าเป็นผม ผมคงรู้สึกดีที่เราได้ช่วยให้ใครซักคนดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างน้อยก็เสี้ยวเล็กๆในชีวิตเค้า

หลายๆคนเค้าทำดีก็ไม่หวังผล หรือคำชมอะไรหรอก แต่ถ้ามีใครซักคนบอกหรือชมเค้าบ้าง เค้าจก็อาจมีกำลังใจจะแบ่งปันความดีให้คนอื่นต่อไปก็ได้นะ

20130830-050342.jpg

อยู่ดีๆแม่ก็มาลูบๆหัวแล้วกอด แถมน้ำตาร่วงอีก พร้อมพูดว่า “ใจหายเหมือนกันนะ ที่กูสามารถเลี้ยงมึงมาได้โตขนาดนี้ กูเหนื่อยมาก ตอนคลอดมึงออกมา กูยังไม่คิดเลยว่ากูจะเลี้ยงมึงให้โตขนาดนี้ได้ยังไง”

@

งง

ปรกติบ้านนี้จะไม่เคยแสดงอะไรแบบนี้ มีครั้งหนึ่งที่แมร่งปัญหาพัวพันเยอะๆ แล้วเราเห็นแม่ไม่เศร้าเลย เลยเข้าไปกอดแม่ร้องไห้ สงสารแม่ แม่ถึงร้องไห้ออกมา

ตอนนี้แมร่งแย่กว่ามากๆ ตรงที่แม่เหมือนจะไม่ไหวในหลายๆความหมายแล้ว

รู้สึกแย่